เดินวันละกี่ก้าว ถึงจะดีต่อสุขภาพ อัปเดตล่าสุดปี 2026
ลืม 10,000 ก้าวไปก่อน งานวิจัยชี้ 7,000 ก้าวต่อวัน คือเหมาะสมสุด

สารบัญ
บทนำ
การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและทำได้อย่างสม่ำเสมอสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ความเชื่อที่ว่า ต้องเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ไม่ได้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์ที่ตายตัวอีกต่อไปแล้ว
งานวิจัยที่อัปเดตถึงปี 2026 ชี้ว่า สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป จำนวนก้าวการเดินเพื่อการออกกำลังกายที่งานวิจัยสนับสนุนว่าดีที่สุดต่อสุขภาพคือประมาณ 7,000 ก้าวต่อวัน (หากคิดเป็นช่วง คือ 5,000-8,000 ก้าวต่อวัน) อย่างไรก็ตาม หากคุณไหว การเดิน 10,000 ก้าวยังคงเป็นเป้าหมายที่ดีได้สำหรับคนที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ
คำแนะนำในบทความนี้โฟกัสใน ผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้ลงลึกถึงผู้สูงวัย ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ต้องปรับแผนการออกกำลังกายเป็นรายบุคคล
ที่มาของตัวเลข 10,000 ก้าวต่อวัน
ตัวเลข 10,000 ก้าว ไม่ได้เริ่มจากคำแนะนำทางการแพทย์ แต่มีจุดกำเนิดจากญี่ปุ่นในช่วงก่อนโอลิมปิกปี 1964 จัดที่โตเกียว ในช่วงเวลานั้น บริษัท yamasa เปิดตัวเครื่องนับก้าวชื่อ manpo-kei ซึ่งแปลว่า เครื่องนับ 10,000 ก้าว
ในเวลาต่อมา ตัวเลขนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะ จำง่าย สื่อสารง่าย และจึงกลายเป็นเป้าหมายของจำนวนก้าวเดินต่อวันที่นิยมไปทั่วโลก แม้ยังไม่มีหลักฐานวิจัยที่รองรับว่า 10,000 ก้าวคือค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสุขภาพ ในช่วงเวลานั้นก็ตาม
เราควรเดินวันละกี่ก้าว จึงจะทำให้สุขภาพดีขึ้น
การศึกษาในวารสาร Lancet Public Health ปี 2025 ที่รวบรวม 57 การศึกษา มีผู้เข้าร่วมงานวิจัยทั้งหมดกว่า 160,000 คน พบว่า
- ร่างกายจะได้ประโยชน์มากที่สุด ตอนที่เราเปลี่ยนจากคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มาเริ่มเดินอย่างสม่ำเสมอ
- ในช่วงแรก ยิ่งเราเพิ่มจำนวนก้าวต่อวัน ความเสี่ยงของโรคเรื้อรังจะลดลงอย่างชัดเจน
- สำหรับคนทั่วไป จุดที่ได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดอยู่ที่ประมาณ 7,000 ก้าวต่อวัน
ดังนั้น ตัวเลขที่เหมาะสม คือ 7,000 ก้าวต่อวัน (หากคิดเป็นช่วง จะอยู่ที่ 5,000-8,000 ก้าวต่อวัน)
ประโยชน์ที่ได้จากการเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน อย่างสม่ำเสมอ แบ่งตามอวัยวะของร่างกาย ดังนี้
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
- ลดโอกาสเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลงได้ 25%
- ลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ ได้ 47%
ระบบประสาท
- ลดโอกาสเกิด ภาวะสมองเสื่อม ลงได้ 38%
- ลดโอกาสเกิด ภาวะซึมเศร้า ลงได้ 22%
ระบบอื่น ๆ
- ลดโอกาสเกิด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลงได้ 14%
- ลดความเสี่ยงในการ หกล้ม ลงได้ 28%
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างการเดินกับการป้องกัน โรคมะเร็ง นั้น แม้การออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพองค์รวม แต่ข้อมูลจากงานวิจัยในปัจจุบัน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การเดินสามารถลดโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งได้
หากมองโดยรวม การเดินอย่างน้อย 7,000 ก้าวต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยง การเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ได้ประมาณ 50–70% หากเทียบกับคนที่เดินน้อยกว่านี้
การเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน ยังคงเป็นคำแนะนำที่ถูกต้องไหม
คำตอบ คือ ยังเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ ไม่ใช่มาตรฐานขั้นต่ำ ที่ทุกคนต้องทำให้ได้เสมอไป
ในหลายการศึกษา พบว่า
- ถ้าคุณเดินเกิน 7,000 ก้าวต่อวัน คุณยังได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอยู่ แต่ประโยชน์ที่เพิ่มจะค่อย ๆ ลดลง ไม่ได้เพิ่มเร็วเหมือนช่วงแรก
- พูดง่าย ๆ คือ ช่วงจาก 0 → 7,000 ก้าว ให้ประโยชน์เยอะมาก แต่หลังจากนั้น แม้จะเดินมากขึ้นก็ยังคงได้ประโยชน์อยู่ แต่ได้เพิ่มขึ้นทีละน้อย ประโยชน์ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 7,000 ก้าวต่อวันเป็นเพียง เป้าหมายหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุด สำหรับคนที่เดินอย่างน้อย 10,000 ก้าวต่อวันเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องลดลงครับ
สรุป คือ การเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน อย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนทั่วไป แต่หากคุณเดินได้มากกว่านั้น อาจถึง 10,000 ก้าวต่อวัน ก็ยังคงเป็นผลดีต่อสุขภาพอยู่ครับ
ถ้าตอนนี้เดินได้น้อยมาก ควรทำอย่างไร
สำหรับคนที่ปัจจุบันเดินน้อยมาก สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามไปให้ถึง 7,000 ก้าวต่อวัน แบบทันทีทันใด เพราะเสี่ยงเกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เช่น โรครองช้ำ
สิ่งสำคัญ คือ การค่อย ๆ เพิ่มจำนวนก้าว จากระดับเดิมของตัวเอง เท่าที่เราไหว
งานวิจัยพบว่า
- แค่เริ่มเดินประมาณ 3,000 กว่าก้าวต่อวัน อย่างสม่ำเสมอ ก็เริ่มเห็นประโยชน์ โดยเริ่มช่วยลดความเสี่ยง การเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ได้แล้ว
- ต่อมา ทุก ๆ จำนวนก้าวที่เพิ่มขึ้น 500-1,000 ก้าวต่อวัน ประโยชน์ที่ได้จะยิ่งเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคประจำตัวต่าง ๆ และความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว ก็จะค่อย ๆ ลดลงต่อเนื่อง
คำแนะนำ คือ
หากคุณเดินได้น้อยกว่า 3,000 ก้าวต่อวัน ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าสูงทันที ควรเริ่มจากค่อย ๆ เพิ่มจำนวนก้าวขึ้นวันละประมาณ 500–1,000 ก้าวจากระดับเดิมของตัวเอง เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวและไม่รู้สึกฝืนมากเกินไป
เหตุผลสำคัญ คือ ช่วงที่คุณเปลี่ยนจากคนที่แทบไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว มาเป็นเริ่มขยับร่างกายมากขึ้น เป็นช่วงที่ร่างกายตอบสนองดีที่สุด และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ทั้งในแง่ของการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและการพัฒนาความฟิตพื้นฐาน
ส่วนคนที่เดินอยู่ในช่วงประมาณ 3,000–6,000 ก้าวต่อวัน ถือว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวในระดับหนึ่งแล้ว เป้าหมายถัดไปคือค่อย ๆ เพิ่มจำนวนก้าวให้ถึงประมาณ 6,000–7,000 ก้าวต่อวัน โดยเน้นความสม่ำเสมอมากกว่าการเร่งให้ถึงเป้าหมายโดยเร็ว
การเพิ่มจำนวนก้าวในช่วงนี้ จะช่วยต่อยอดประโยชน์ด้านสุขภาพให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในเรื่องการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สุขภาพหัวใจ และความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม
ประโยชน์ของการเดิน ไม่ได้มีแค่เรื่องอายุยืนเท่านั้น
หลายคนมักคิดว่าการเดินมีผลแค่กับหัวใจหรือช่วยให้อายุยืน แต่จริง ๆ แล้วประโยชน์ที่ได้มีมากกว่านั้นมาก
งานวิจัยปี 2024 พบว่า ยิ่งเดินมากขึ้น ความเสี่ยงของ โรคซึมเศร้า ก็ยิ่งลดลง และคนที่เดินอย่างน้อย 7,000 ก้าวต่อวัน ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคซึมเศร้า ต่ำกว่า คนที่เดินน้อยกว่านี้ นอกจากนี้ ทุก ๆ การเพิ่ม 1,000 ก้าวต่อวัน ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงลงไปอีก
ในด้านสมอง งานวิจัยปี 2022 พบว่า การเดินมากขึ้น สัมพันธ์กับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ที่ลดลง และถ้าเดินด้วยความเร็วที่มากขึ้น ก็ยิ่งได้ผลดีมากขึ้นด้วย
สรุปคือ การเดินไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการเผาผลาญพลังงาน และเพิ่มความฟิตของร่างกาย แต่ช่วยให้ สมองและอารมณ์ ดีขึ้นด้วย
ต้องเดินเร็วไหม หรือแค่เดินให้ครบก็พอ
คำตอบ คือ สำคัญทั้งคู่ ครับ
แต่ การเดินให้ครบ 7,000 ก้าวต่อวัน สำคัญกว่า การเดินเร็ว
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า จำนวนก้าว สำคัญมากกว่า ความเร็วในการเดิน ในด้านการลดความเสี่ยงการเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่า ความเร็วในการเดินไม่มีความสำคัญเลย งานวิจัยพบว่า การเดินเร็วหรือเดินกระฉับกระเฉง อาจช่วยเพิ่มประโยชน์ได้ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันโรคหัวใจและภาวะสมองเสื่อม
ดังนั้น คำแนะนำ คือ ควรโฟกัสให้เดินได้จำนวนก้าวต่อวันให้เพียงพอก่อน แล้วค่อยเน้นที่การเพิ่มความเร็วของการเดิน
หรือในบางช่วงของการเดิน อาจเดินเร็วขึ้นชั่วครู่ได้ ทั้งนี้ควรเพิ่มความเร็วอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เน้นแค่ความเร็วเหนื่อยปานกลาง ไม่เหนื่อยมากเกินไปจนหอบหรือหายใจเร็ว
ต้องเดินทุกวันไหม
คำตอบ คือ สำหรับการเดินเพื่อออกกำลังกาย ควรทำ 5 วันต่อสัปดาห์ครับ แต่ไม่จำเป็นเสมอไป
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกออกกำลังกาย ควรทำเท่าที่ไหวก็เพียงพอ
งานวิจัยพบว่า แม้คุณจะเดินได้ถึงประมาณ 8,000 ก้าว เพียง 1–2 วันต่อสัปดาห์ ก็ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิต รวมถึงโรคหัวใจได้ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยเดินถึงระดับนี้เลย การได้ทำบ้างก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย ไม่จำเป็นต้องทำได้เป๊ะทุกวัน
แน่นอนว่า ในระยะยาว การเดินให้สม่ำเสมอตลอด 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยให้สร้างนิสัยได้ง่ายกว่า รักษาความฟิตได้ดีกว่า และทำให้สุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน
นั่งทั้งวันแล้วค่อยไปเดินตอนเย็น ทำได้ไหม
คำตอบคือ ควรทำทั้ง เดิน และ งดการนั่งนาน ครับ
งานวิจัยพบว่า การนั่งนานเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด และแม้การเดินมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ลดได้เพียงบางส่วน ไม่ได้ลบล้างได้ทั้งหมด
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนก้าวต่อวัน แต่รวมถึงการไม่ควรนั่งติดกันนานเกินไป ควรลุกเดินเป็นระยะ ทุก ๆ 45-60 นาที และกระจายการเคลื่อนไหว ให้ร่างกายได้ขยับตลอดวัน จะช่วยให้สุขภาพดีได้มากกว่า
คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก
ที่จริงแล้ว องค์การอนามัยโลกไม่ได้กำหนดจำนวนก้าวต่อวันโดยตรง
แต่เน้นไปที่การแนะนำให้ผู้ใหญ่ ออกกำลังกาย 3 อย่างร่วมกัน ดังนี้
1. การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นแอร์โรบิค เป็นต้น
แนะนำให้ทำในระดับเหนื่อยหรือความหนักระดับปานกลางรวม 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือประมาณวันละ 30–60 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
ถ้าร่างกายพร้อมและออกกำลังกายที่ความหนักระดับปานกลางทำได้อย่างปลอดภัย เราอาจมีทางเลือกคือ สามารถเพิ่มเป็นการออกกำลังกายเป็นในระดับที่หนักขึ้นแทนได้ โดยใช้เวลารวม 75–150 นาทีต่อสัปดาห์
2. การออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
เน้นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ขา สะโพก หลัง หน้าอก ไหล่ และแขน
ผ่านกิจกรรมอย่างเช่น เวทเทรนนิ่ง ยกน้ำหนัก วิดพื้น สควอท หรือใช้ยางยืด
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ โดยในแต่ละวัน ให้เลือกทำท่าละ 8–12 ครั้ง ต่อเนื่อง 2–3 เซต โดยขณะออกกำลัง ควรรู้สึกกล้ามเนื้อตึงหรือเหนื่อยเพียงเล็กน้อย ไม่ควรออกกำลังกายจนบาดเจ็บ
3 การออกกำลังกายเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
เช่น การยืดเหยียด โยคะ หรือพิลาทิส ควรทำอย่างน้อย 2–3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดี ลดอาการตึงตัว และลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ
สรุปคือ จำนวนก้าวเดินเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ง่าย แต่ไม่ควรลืมว่า สุขภาพที่ดีต้องดูพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ร่วมกัน
- ชนิดของการออกกำลังกายที่ควรทำให้ครบ 3 อย่าง
- ระยะเวลาในการออกกำลังกาย
- ความหนักของการออกกำลังกาย
สรุป
หากคุณต้องการหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก
แต่หากคุณโฟกัสที่การเดิน การตั้งเป้าจำนวนก้าว ควรเริ่มจากระดับปัจจุบันของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพยายามไปให้ถึง 10,000 ก้าวทันที
หากคุณเดินได้น้อยกว่า 3,000 ก้าวต่อวัน ให้เริ่มจากค่อย ๆ เพิ่มวันละ 500–1,000 ก้าว เพื่อให้คุณหลุดออกจากสภาวะที่ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับเคลื่อนไหว เพราะการเปลี่ยนจากขยับน้อยเป็นขยับมากขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้สุขภาพคุณได้รับประโยชน์มากที่สุด
ถ้าคุณเดินอยู่ประมาณ 3,000–6,000 ก้าวต่อวัน เป้าหมายที่เหมาะสมคือค่อย ๆ เพิ่มไปที่ประมาณ 6,000–7,000 ก้าวต่อวันอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณเดินได้อยู่แล้วประมาณ 7,000 ก้าวต่อวัน ตัวเลขนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีต่อสุขภาพแล้ว จากงานวิจัยในปัจจุบัน
หากต้องการพัฒนาความฟิตหรือสุขภาพหัวใจเพิ่มขึ้น สามารถขยับไปที่ 8,000–10,000 ก้าวต่อวันได้ หากทำได้โดยไม่ฝืน
สำหรับคนที่เดินอย่างน้อย 10,000 ก้าวต่อวันเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องลดลง เพราะ 7,000 ก้าวต่อวันเป็นเพียง เป้าหมายหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุด
สรุปง่าย ๆ คือ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับ 10,000 ก้าว เป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนทั่วไป ในปัจจุบัน คือ 7,000 ก้าวต่อวัน ครับ
เอกสารอ้างอิง
- Ding D, Nguyen B, Nau T, Luo M, del Pozo Cruz B, Dempsey PC, et al. Daily steps and health outcomes in adults: a systematic review and dose-response meta-analysis. Lancet Public Health. 2025;10(8):e668-e681.
- Rodríguez-Gutiérrez E, Torres-Costoso A, del Pozo Cruz B, Núñez de Arenas-Arroyo S, Pascual-Morena C, Bizzozero-Peroni B, et al. Daily steps and all-cause mortality: an umbrella review and meta-analysis. Prev Med. 2024;185:108047.
- Paluch AE, Bajpai S, Bassett DR Jr, Carnethon MR, Ekelund U, Evenson KR, et al. Daily steps and all-cause mortality: a meta-analysis of 15 international cohorts. Lancet Public Health. 2022;7(3):e219-e228.
- Saint-Maurice PF, Troiano RP, Bassett DR Jr, Graubard BI, Carlson SA, Shiroma EJ, et al. Association of daily step count and step intensity with mortality among US adults. JAMA. 2020;323(12):1151-1160.
- Paluch AE, Gabriel KP, Fulton JE, Lewis CE, Schreiner PJ, Sternfeld B, et al. Steps per day and all-cause mortality in middle-aged adults in the Coronary Artery Risk Development in Young Adults study. JAMA Netw Open. 2021;4(9):e2124516.
- del Pozo Cruz B, Ahmadi MN, Lee IM, Stamatakis E. Prospective associations of daily step counts and intensity with cancer and cardiovascular disease incidence and mortality and all-cause mortality. JAMA Intern Med. 2022;182(11):1139-1148.
- del Pozo Cruz B, Ahmadi M, Naismith SL, Stamatakis E. Association of daily step count and intensity with incident dementia in 78 430 adults living in the UK. JAMA Neurol. 2022;79(10):1059-1063.
- Inoue K, Tsugawa Y, Mayeda ER, Ritz B. Association of daily step patterns with mortality in US adults. JAMA Netw Open. 2023;6(3):e235174.
- Bizzozero-Peroni B, Díaz-Goñi V, Jiménez-López E, et al. Daily step count and depression in adults: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open. 2024;7(12):e2451208.
- Stamatakis E, Ahmadi M, Murphy MH, Chico TJA, Milton K, del Pozo Cruz B, et al. Journey of a thousand miles: from ‘Manpo-Kei’ to the first steps-based physical activity recommendations. Br J Sports Med. 2023;57(19):1227-1228.
- World Health Organization. WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviour. Geneva: World Health Organization; 2020.
- Zheng NS, Huang S, Annis J, et al. Daily steps offset risks of sedentary behavior in the All of Us research program. Nat Commun. 2026.
ส่งท้าย
สุขภาพที่ดูแลมาอย่างดี ต้องมีแผนสำรองที่แข็งแกร่ง
การก้าวเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน คือการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงโรคร้าย แต่ในโลกของความเป็นจริง ความเสี่ยง ก็ยังคงเป็น สิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ 100%
แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน สภาพแวดล้อมและปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบันยังคงทำให้ โรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ (heart attack) หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ (stroke) เกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกเวลา และมักมาพร้อมกับ ค่ารักษาและค่าฟื้นฟูพยาบาลหลักหลายล้าน ที่อาจกระทบเป้าหมายการเงินและเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ
อย่าปล่อยให้ความพยายามในการดูแลสุขภาพของคุณต้องสะดุดลงเพราะวิกฤตทางการเงิน!
เติมเต็มความอุ่นใจ ซัพพอร์ตทุกก้าวของชีวิตด้วย ประกันโรคร้ายแรงจาก AIA
- รับเงินก้อนทันทีเมื่อเจอโรคร้าย: ให้คุณมีเงินทุนสำรองเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุด นวัตกรรมใหม่ล่าสุด โดยไม่ต้องพะวงเรื่องค่าใช้จ่าย
- ครอบคลุมโรคร้ายยอดฮิต: ทั้งกลุ่มโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ภาวะสมองเสื่อม และหลอดเลือดสมอง
- ปกป้องความมั่งคั่งของคุณ: ล็อกเงินเก็บ ล็อกอนาคตของครอบครัว ให้คุณโฟกัสเพียงแค่การฟื้นฟูร่างกายและกลับมาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

หากสนใจ ทักมาปรึกษาหรือสอบถามได้ครับ
ทางเรา One Wealth Advisory Team ยินดีให้คำปรึกษาฟรี
เพื่อชีวิตที่มั่นคงของคุณครับ
คำถามที่พบบ่อย
1จำเป็นต้องเดินให้ครบ 10,000 ก้าวต่อวัน เพื่อให้สุขภาพดีหรือไม่?
ตัวเลข 10,000 ก้าวต่อวันไม่ได้เริ่มต้นจากคำแนะนำทางการแพทย์ แต่มาจากแคมเปญเครื่องนับก้าวของญี่ปุ่นในปี 1964
งานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดชี้ว่า สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป จำนวนก้าวที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพคุ้มค่าที่สุดคือประมาณ 7,000 ก้าวต่อวัน (หรืออยู่ในช่วง 5,000-8,000 ก้าว)
อย่างไรก็ตาม หากคุณสามารถเดินถึง 10,000 ก้าวเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ยังถือว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพและสามารถทำต่อไปได้โดยไม่ต้องลดจำนวนลง
2การเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน มีประโยชน์และช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง?
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ 47% และลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 25%
- ระบบประสาทและสมอง ลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม 38% และลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า 22%
- สุขภาพองค์รวม ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลง 14% และลดความเสี่ยงในการหกล้ม 28%
3ถ้าปกติ เป็นคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังกาย หรือเดินน้อยมาก ควรเริ่มต้นตั้งเป้าหมายการเดินอย่างไรให้ปลอดภัย ?
- ค่อยๆ เพิ่มจำนวนก้าว หากปกติเดินน้อยกว่า 3,000 ก้าว/วัน ให้เริ่มเป้าหมายโดยเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 500–1,000 ก้าวจากระดับเดิม
- เน้นความสม่ำเสมอ งานวิจัยพบว่าแค่เริ่มเดินให้ได้ 3,000 กว่าก้าวต่อวันอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายก็เริ่มได้รับประโยชน์และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้แล้ว
- ลดการนั่งนาน นอกจากการนับก้าว ควรลุกเดินขยับร่างกายทุกๆ 45-60 นาที เพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังจากการนั่งติดที่นานเกินไป


