เมื่อเวลา 5 ปีของการทำงานหนัก ให้ผลลัพธ์เท่ากับ 15 ปีของคนอื่น
เจาะลึกอาชีพ ที่ปรึกษาการเงิน AIA งานที่ท้าทายแต่จ่ายผลตอบแทนตามความสามารถจริง

สารบัญ
ทรัพยากรที่มนุษย์ทุกคนมีเท่าเทียมกัน
ทรัพยากรที่เท่าเทียมกันที่สุดของมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่เรื่องของเงินทองหรือฐานะ แต่คือ เวลา ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันในแต่ละวัน อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนเราอยู่ที่ประมาณ 85 ปี
คำถามที่น่าสนใจคือ เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด หากเราตัดสินใจลุกขึ้นมากล้าเปลี่ยนตัวเอง จนสามารถบริหารจัดการเวลา 5 ปีของตัวเองในอนาคต สร้างมูลค่าจนเกิดผลลัพธ์เทียบเท่ากับเวลา 15 ปีของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไร
คำตอบของเรื่องนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือฐานะ แต่อยู่ที่การ ตัดสินใจ ครั้งสำคัญเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้น เคารพการตัดสินใจของตัวเอง ตอบรับความท้าทาย และกล้าเผชิญหน้ากับการทำงานหนัก แต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
นี่คือบันทึกการเดินทางของ หนิง ผ่านช่วงเวลาของการค้นหาคุณค่าของการทำงาน และความกล้าฝันถึงโลกแห่งอิสรภาพทางการเงิน
ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
จุดเริ่มต้น
หลังจากหนิงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทบริหารธุรกิจจากสถาบันบัณฑิตศศินทร์ ร่วมกับ Kellogg School of Management, Northwestern University สหรัฐอเมริกา เส้นทางอาชีพของหนิงได้เริ่มต้นขึ้นในสายงานที่สอดคล้องกับสิ่งที่ร่ำเรียนมา นั่นคือการเข้าทำงานในแผนกบริหารความมั่งคั่ง หรือ Private Banking ของธนาคารแห่งหนึ่ง
ในวัย 25 ปี ความรับผิดชอบที่หนิงได้รับคือ การบริหารพอร์ตการลงทุนของลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูง ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ธนาคารแห่งนั้น หนิงได้บริหารพอร์ตการเงินของลูกค้ามูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีระดับท็อป 1% ของประเทศ
การทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนสินทรัพย์สูงเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ให้องค์ความรู้ แต่ยังเปลี่ยน Mindset ของหนิงไปตลอดกาล
ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อเราอยู่ใกล้คนสำเร็จ เราก็จะมีวิธีคิดแบบคนสำเร็จ หนิงได้เห็นว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น มีมุมมองต่อการบริหารเงินและการใช้ชีวิตอย่างไร ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ธนาคารแห่งนี้ Mindset ดังกล่าวเข้ามาหล่อหลอมหนิง จนทำให้หนิงกล้า Dream big
ในวัย 30 ปี หนิงกล้าฝันว่า อยากมี พอร์ตเพื่อเกษียณเร็ว เป็นของตนเอง หนิงเชื่อว่าเป้าหมายนี้จะเป็นกุญแจที่ใช้ปลดประตูบานแรกสู่อิสรภาพทางการเงินได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินจากรายได้ประจำของหนิง 200,000 กว่าบาทต่อเดือน ทั้งปีมีรายได้รวมอย่างน้อย 2.4 ล้านบาทต่อปี การจะบรรลุเป้าหมายเพื่อการเกษียณเร็วตามที่ฝันไว้ หนิงอาจต้องใช้เวลาทำงานเดิมต่อไปอีก 25-30 ปี นั่นหมายความว่าอิสรภาพทางการเงินที่ฝันไว้จะเกิดขึ้นเมื่ออายุ 60 ปี
วัย 60 ปี หากดูแลสุขภาพดี ๆ คงยังแข็งแรง แต่หนิงรู้ตัวเองว่าไม่ได้มีสุขภาพแข็งแรงมากนักตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่ออายุแตะเลข 60 หนิงจึงไม่มั่นใจว่าสุขภาพตัวเองจะแข็งแรงพอให้ใช้ชีวิตตามที่หวังไว้ได้หรือไม่ ความกลัวเริ่มกัดกร่อนจิตใจ หากทำงานเดิมที่ธนาคารต่อไปจนถึงวัย 60 ปี ฉันจะแข็งแรงพอที่จะได้ใช้เงินที่หามาทั้งชีวิตหรือไม่?
การตัดสินใจครั้งสำคัญ
ความกลัวนี้นำไปสู่การค้นหางานใหม่อย่างจริงจัง งานแรกที่ตัดสินใจสมัครไป คือ สถาบันการเงินระดับโลกแห่งหนึ่งที่มีสาขาในฮ่องกง หลังจากผ่านการสัมภาษณ์อย่างเข้มข้นยาวนานถึง 7 เดือน จากผู้สมัครทั่วเอเชียกว่า 2,000 คน ท้ายที่สุดหนิงได้กลายเป็น 1 ใน 4 คนที่ได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงาน ด้วยรายได้สูงถึง 5 ล้านบาทต่อปี
แต่ในจังหวะที่กำลังจะจรดปากกาเซ็นสัญญา อีกเส้นทางหนึ่งของโอกาสก็ปรากฏขึ้นอย่างบังเอิญ หนิงได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งจาก AIA เกี่ยวกับโปรแกรม FA Prime ซึ่งชูจุดเด่นเรื่องโครงสร้างการเติบโตด้านรายได้ที่ชัดเจน และมีเป้าหมายโบนัส 5 ปี 5 ล้านบาท
(โครงการโบนัล 5 ปี 5 ล้าน อธิบายแบบเข้าใจง่าย คือ เป็นโครงการที่เมื่อสมัครเข้าไป แล้วทำงานผ่านเกณฑ์ KPI ที่บริษัทวางไว้ครบ 5 ปี บริษัทจะจ่ายโบนัสพิเศษให้เป็นเงินก้อน 5 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีทันที)
ถึงตรงนี้ หนิงมี 3 เส้นทางให้เลือก
- ทำงานต่อที่เดิม เลื่อนขั้นเป็นตำแหน่งใหญ่ขึ้น แม้จะมีรายได้มากขึ้น แต่หนิงมองว่าอาจต้องแลกมาด้วยตารางการทำงานที่ยุ่ง ชีวิตที่รัดตัว ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จนดึกดื่น มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับปัญหาสุขภาพเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน
- งานใหม่ที่ฮ่องกง พิจารณาผลตอบแทนใหม่มากกว่าเดิมเป็น 5 ล้านบาทต่อปี แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือ ค่าครองชีพที่ฮ่องกงแพงกว่าไทยพอสมควร ที่สำคัญกว่านั้น คือ หนิงจะต้องทำงานหนักกว่าเดิม เผชิญกับความกดดันมากกว่าเดิม อาจต้องตื่นเช้ามืดมาดูแนวโน้มตลาดหุ้นทั่วโลกเพื่อเตรียมข้อมูลไปทำงาน แน่นอนว่าเสี่ยงต่อผลเสียทางสุขภาพที่อาจสาหัสกว่าข้อแรก
- ทำงานเป็นตัวแทนประกันและต่อยอดเป็นที่ปรึกษาการเงิน โดยพาร์ทเนอร์กับ AIA ซึ่งตัวเลือกนี้แท้จริงแล้ว เป็นตัวเลือกที่หนิงกลัวที่สุด เนื่องจากห่างไกลจาก Comfort Zone ของงานธนาคารมากที่สุด
แต่สุดท้ายแล้ว ทางเลือกที่สามที่หนิงไม่คุ้นเคยมากที่สุด กลับเป็นทางที่หนิงเลือก
การตัดสินใจเลือกงานหนักที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ท้ายที่สุด ทางเลือกที่สามคือคำตอบของหนิง เพราะเธอมองว่า ทุกงานล้วนมีเกียรติ แน่นอนว่า ยังมีหลายคนที่ได้ยินคำว่า ขายประกัน ใจคนนั้นก็ตัดสินอย่างลำเอียงแล้วว่า นี่คืองานที่ดูด้อยค่าในสายตาคนบางกลุ่ม
คำถามของหนิงคือ เราอยู่ในโลกยุค Social Media แล้ว ตรรกะลำเอียงนี้ยังคงเป็นความจริงอยู่หรือ? คำตอบที่ตกตะกอนกับตัวเอง คือ ไม่ใช่
นี่คืองานสุจริตที่มีเกียรติ หัวใจสำคัญของการเป็นตัวแทนประกันหรือที่ปรึกษาการเงิน ไม่ใช่การเป็นเพียงนักขายสินค้า แต่คือการเป็นผู้ให้คำปรึกษา และเป็น ผู้เชื่อมโยง ที่นำพาลูกค้าไปสู่เป้าหมายทางการเงินและการเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอายุ
นี่จึงเป็นงานที่มีค่ายิ่ง เพราะใครได้เป็นลูกค้าหนิง คนนั้นถือว่าโชคดี เพราะหนิงทำงานบนหลักการและจรรยาบรรณมาโดยตลอด
นี่คืองานที่ท้าทายความสามารถสูงยิ่ง จึงให้ผลตอบแทนที่ดี
หนิงถามตัวเองเสมอว่า ทำไม ผลิตภัณฑ์ประกัน เป็นอะไรที่ขายยากที่สุด? เพราะธรรมชาติของมนุษย์ เราอยู่กับปัจจุบัน และเราวางแผนอนาคตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ถามว่าทุกคนรู้ไหมว่า ต้องทำประกันสุขภาพเผื่อเจ็บป่วย ต้องเก็บเงินเผื่อเกษียณ? คำตอบ คือ รู้ แต่ ไม่ลงมือทำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด
มองอย่างเข้าใจ นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ การทำให้คนเห็นคุณค่าของการวางแผนอนาคต เป็นเรื่องที่ยากโหดหิน จึงเป็นที่มาว่าทำไมค่าตอบแทนจากงานนี้ถึงดี
สรุปคือ นี่คือ งานปราบเซียน คนเก่งคนมีความสามารถหลายคนไม่ประสบความสำเร็จในงานนี้ นี่ไม่ใช่การดูถูกคนเหล่านั้น แต่มองอย่างเข้าใจคือ เขาเหล่านั้นอาจยังโน้มน้าวให้คนไทยเชื่อและไว้ใจวางแผนอนาคตการเงินไม่ได้ ยังไม่เข้าใจว่าต้องใช้เวลาและความอดทนเพียงพอ
อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ ไร้ขีดจำกัดทางรายได้และโอกาส เป็นอาชีพที่ ไม่ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ เพราะตราบใดที่คนเรายังต้องเผชิญกับการเกิด การศึกษา สุขภาพ ออมเงิน และการเกษียณ การวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ นี่จึงเป็นเส้นทางที่พิสูจน์ว่าใครอดทนได้นานกว่ากัน
หนิงสังเกตว่า หากเราขยันทำงานและอดทนอยู่ในอาชีพนี้ได้นานอย่างน้อย 3 ปี ผลตอบแทนจากทำงานหนักจะเริ่มผลิบาน
หนิงจึงขอเผื่อเวลาจาก 3 เป็น 5 ปีไปเลย ใน 5 ปีนี้ หนิงสัญญากับตัวเองว่า จะทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ วางหมุดหมายอย่างแน่วแน่ว่า ต้องทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่แค่คนที่เข้ามาเพียงเพราะอยากลอง
มีหลายคนที่เข้ามาเพียงเพราะอยากลอง เพราะเห็นเพื่อนหรือคนรู้จักรายได้ดี ขอบอกตรงนี้เลยว่า ไม่มีอาชีพใดที่ไม่ต้องพยายาม ยกเว้นหากคุณมีต้นทุนชีวิตจากพ่อแม่ คุณอาจมีแต้มต่อ แต่ถ้าคุณถามคนทำธุรกิจครอบครัวจริง ๆ นั่นก็ไม่เป็นความจริงอีกนั่นแหละ กลุ่มคนเหล่านั้นก็พยายามและต่อสู้อย่างหนักเช่นกัน
หนิงจึงมองว่า สิ่งแรกที่ควรทำ คือเลิกหาข้ออ้างให้ตัวเอง แล้วลงมือทำอย่างแน่วแน่ ตั้งใจ ทำงานให้มีคุณภาพเป็นมืออาชีพ และสำคัญที่สุดคือทำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เวลา 5 ปีนับจากนี้ เป็น ทางลัด ของชีวิตอย่างแท้จริง
คุณค่าของงานที่แท้จริง
การทำงานในเส้นทางนี้มอบอิสระที่แท้จริงให้กับหนิง อิสระในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง อิสระทางเวลา แต่หมายถึง อิสระในการออกแบบการทำงานของตนเองให้เป็นเลิศ ยอมใช้เวลาไปกับการทำงาน แทนที่จะอยู่บ้านพักผ่อน เมื่อทำเต็มที่แล้ว ค่อยยอมรับในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้อมเหลว
ความภาคภูมิใจสูงสุดของหนิงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสำเร็จส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่คือ การส่งต่อแนวคิดความสำเร็จนี้ให้กับคนรุ่นใหม่ หนิงได้สร้างทีมงานที่ปรึกษาการเงินรุ่นใหม่ ผลลัพธ์คือ การได้ส่งมอบความคุ้มครองกว่า 500 กรมธรรม์ให้กับลูกค้าภายในระยะเวลา 2 ปี
ตัวเลข 500 กรมธรรม์นี้ ไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่มันหมายถึง:
- คนไทยนับร้อยชีวิตที่ได้รับการปกป้องผ่านสวัสดิการสุขภาพที่ดีขึ้น
- ครอบครัวนับร้อยที่มีแผนรับมือกับโรคร้ายแรง
- ผู้คนอีกนับร้อยที่จะมีรายได้รองรับในวัยเกษียณ
สำหรับหนิง นี่คือการสร้าง Impact ที่จะคงอยู่ยาวนานไปนับสิบปี ซึ่งมีคุณค่ามากมาย สามารถยืนมองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกภูมิใจไม่ต่างจากอาชีพอื่นที่ทรงคุณค่าเช่นเดียวกัน
เมื่อเวลา 5 ปีของการทำงานหนัก ให้ผลลัพธ์เท่ากับ 15 ปีของคนอื่น
ผลลัพธ์จากการทุ่มเททำงานอย่างมืออาชีพในฐานะตัวแทนประกันและที่ปรึกษาการเงินตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของหนิงที่ AIA คือการที่หนิงสามารถสร้าง พอร์ตเพื่อเกษียณเร็ว ของตัวเองได้สำเร็จตามความฝัน ซึ่งหากหนิงเลือกการทำงานเส้นทางอื่น ด้วยความเคารพต่อทุกอาชีพ หนิงอาจต้องใช้เวลาถึง 15 หรือ 25 ปีเพื่อไปให้ถึงจุดเดียวกัน
นอกเหนือจากความมั่งคั่งทางการเงิน หนิงยังได้รับโอกาสในการเดินทางไปกว่า 11 ประเทศ และสามารถปิดบ้านด้วยเงินสดมูลค่า 15 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 3 ปี
ความสำเร็จทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากการที่หนิงกล้าที่จะตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่ร่างกายและสติปัญญาอยู่ในจุดที่พร้อมที่สุด
หากในวัย 30 หนิงปล่อยให้ความกลัวเข้ามาครอบงำ ภาพแห่งความสำเร็จและรอยยิ้มในวันนี้คงไม่อาจเกิดขึ้น
ปัจจุบัน หนิงถือเป็นหนึ่งในผู้ที่บรรลุเป้าหมายในอาชีพนี้ เป็นข้อพิสูจน์ว่า การทำหน้าที่ตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินด้วยความยึดมั่นในจรรยาบรรณ ความเป็นมืออาชีพ และความตั้งใจจริง ตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็ม สามารถเนรมิตผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตและสานฝันให้เป็นจริงได้
ทุกช่วงเวลาในชีวิตมีจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเสมอ หากเราเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องและลงมือทำด้วยทัศนคติที่มุ่งมั่น เวลาเพียง 5 ปี ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตและสร้างความคุ้มค่าที่สุดให้กับชีวิตได้
ให้เวลา 5 ปีในเส้นทางอาชีพตัวแทนประกันหรือที่ปรึกษาทางการเงินของคุณ ให้ผลลัพธ์เท่ากับ 15 ปีของคุณหากยังคงอยู่ในงานประจำ งานประจำที่เอาเวลาไปแลกเงิน และอาจให้ผลตอบแทนที่จำกัด
หวังว่าบันทึกการเดินทางฉบับนี้ของหนิง จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ
หากคุณสนใจ มีคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการร่วมงานกับเรา ติดต่อมาได้เลยค่ะ ทีม One Wealth Advisory ยินดีต้อนรับด้วยใจค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
1ไม่มีประสบการณ์ด้านการขาย หรือเป็นคนพูดไม่เก่ง สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้หรือไม่ ?
2การทำงานแบบเน้นขายสินค้า (Product Focus) กับการเป็นที่ปรึกษา (Consultative Selling) แตกต่างกันอย่างไร ?
ในทางกลับกัน ทีม One Wealth Advisory ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Consultative Selling ซึ่งเป็นการยกระดับบทบาทสู่การเป็น ที่ปรึกษาอย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า
- "ชีวิตของลูกค้ากำลังเผชิญความเสี่ยงอะไร?"
- "เขาเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณแล้วหรือยัง?"
หัวใจสำคัญ คือ การใช้ทักษะการฟัง คิดวิเคราะห์ และกล้าพูดความจริง เพื่อช่วยเชื่อมโยงลูกค้าไปสู่ เป้าหมายทางการเงิน ที่เขาจำเป็นต้องไปให้ถึง
เมื่อเรา สร้างความไว้วางใจ และ ทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่า ได้ การปิดการขายและการสนับสนุนจากลูกค้าจะเป็นผลลัพธ์ที่ตามมาเองอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน
3 ทีม One Wealth Advisory มองหาผู้ร่วมงานลักษณะไหน
1. เปิดใจเรียนรู้
2. มีวินัยในการพัฒนาตัวเอง
3. มองการทำงานในสายงานนี้แบบมืออาชีพ

